ค้นหาบล็อกนี้

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ยำปลากระป๋อง อาหารจานด่วน

              วันนี้อากาศร้อนมากจนขี้เกียจออกจากบ้าน ต้องหาอะไรในตู้เย็นกินแล้วละ เอ มีอะไรเหลือบ้างนะในตู้เย็น อ้าวมีปลากระป๋องเหลือจากตักบาตรอยู่นี้น่า งั้นก็ยำปลากระป๋องกินละกัน สะดวกและง่ายดี






ส่วนผสม
  • ปลากระป๋อง 1 กระป๋องใหญ่
  • ตะไคร้หั่นฝอย 1/4 ถ้วย
  • หัวหอมปอกเปลือกแล้วซอย 3 ช้อนโต๊ะ
  • พริกขี้หนู 7 เม็ด หั่นละเอียด
  • ผักชีล้างสะอาด หั่นหยาบๆ1/2 ถ้วย
  • น้ำปลาดี 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1/4 ถ้วย
  • ใบสะระแหน่ 10 ใบ


วิธีทำ
  • เปิดปลากระป๋องตักใส่จาน ใส่ตะไคร้ หัวหอมซอย พริกขี้หนู ใส่น้ำปลา น้ำมะนาว ลงเคล้าพอเข้ากันชิมรสตามชอบแล้วผสมผักชีลง ใบสะระแหน่โรยหน้า พริกขี้หนูทั้งเม็ด



แกงขี้เหล็ก รสเลิศ

                              โบราณว่า (ก็ป้าแป๊ดนั้นแหละครับผม) หวานเป็นลมขมเป็นยา ผมขอเถียงป้าแปดแบบหัวชนฝากันไปข้างหนึ่ง ไม่จริงครับ หวานเป็นหนมขมเป็นขี้เหล็ก แล้วป้าแป๊ดก็เถียงผมแบบหัวชนฝาอีกข้างหนึ่งว่า แกงขี้เหล็กไม่ขมถ้าทำให้ถูกวิธี และแน่นอนว่าอร่อยเลิศรสเป็นที่สุด จริงเปล่าป้า ไม่เชื่อหรอกกกก ต้องลอง




ส่วนผสม
  • ดอกขี้เหล็กตูมๆ กับยอดอ่อนเด็ดก้าน ต้มทิ้งน้ำเสียสัก 2 ครั้ง 2 ถ้วย


  • เนื้อหมูหรือเนื้อวัวย่างพอสุกหั่นเป็นชิ้น 1/2 กก.
  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • กะทิข้นกลางๆ 5 ถ้วย
  • น้ำปลา 1/4 ถ้วย
เครื่องน้ำพริก
  • พริกแห้งเม็ดใหญ่ กรีดเอาเม็ดและไส้ออก 7 เม็ด
  • ตะไคร้หั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • หัวหอม  2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียม 2 ช้อนโต๊ะ
  • ข่าหั่นฝอย  2 ช้อนชา
  • กระชาย 2 ช้อนชา
  • ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1 ช้อนชา
  • กะปิ 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • กุ้งแห้งหรือปลากรอบแกะเนื้อโขลกละเอียด 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

  • โขลกเครื่องน้ำพริกให้ละเอียดใส่กุ้งแห้ง หรือปลากรอบลงโขลกให้เข้ากัน
  • ตั้งหม้อกะทิเคี่ยวบนไฟจนแตกมัน
  • ตักกะทิที่เคี่ยวจนแตกมันใส่กะทิ 1 ถ้วย
  • ใส่เครื่องน้ำพริกลงผัดจนหอมดีตักใส่หม้อกะทิ ใส่ขี้เหล็ก
  • พอเดือดใส่หมูย่าง หรือเนื้อย่าง ใส่น้ำปลา ชิมรสตามชอบ ราดหัวกะทิ พอเดือดยกลง
<p>การโพสต์นี้เป็นการยืนยันความเป็นเจ้าของไซต์ของฉันและไซต์นี้เป็นไปตามนโยบายโปรแกรมของ Google AdSense และข้อกำหนดในการให้บริการ ca-pub-5989250503356281 </p>

วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

หลนเต้าเจี้ยว ได้ยินไหม

                                ตั้งแต่เกิดมาไม่คิดฝันว่าจะได้กินหลนเต้าเจี้ยว (มีความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเขียนชื่อ blog นี้ 555) เพราะว่าในความคิดของผมเต้าเจี้ยวจะทำอะไรได้นอกจาก ราดหน้า และก็เต้าเจี้ยวก็มีกลิ่นเฉพาะตัวบางอย่างที่ผมรู้สึกไม่ชอบ แต่ทั้งหมดทั้งมวลของเหตุผลที่ทำให้ผมไม่ชอบเต้าเจี้ยว ก็มลายหายไปโดยฉับพลันเมื่อเจอ หลนเต้าเจียว และผมก็ชอบหลนเต้าเจี้ยวได้ยินไหม ไหม ไหม



          ส่วนประกอบ

  • เต้าเจี้ยวอย่างดีโขลกละเอียด 1/2 ถ้วย

  • เนื้อหมูบดหรือสับละเอียด 1/4 ถ้วย
  • กุ้งสดบดละเอียด 1/4 ถ้วย
  • หัวหอมซอยตามยาว 1/2 ถ้วย
  • พริกชี้ฟ้า เขียวบ้าง แดงบ้าง 10 เม็ด
  • น้ำส้มมะขามเปียก 1/4 ถ้วย
  • น้ำตาล 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ
  • กะทิข้นกลางๆ 3 ถ้วย
  • ผักดิบต่างๆ ตามชอบ

    วิธีทำ
  • เคี่ยวกะทิให้แตกมัน ใส่เต้าเจี้ยวลงเคียวให้หอม
  • ใสหมู กุ้งคนให้แตกอยาให้เป็นก้อน
  • ใส่เกลือ น้ำตาล น้ำส้มมะขามเปียก คนให้เข้ากัน
  • ชิมรสตามชอบ
  • ใส่หัวหอมซอยและพริกชี้ฟ้าทั้งเม็ด
  • พอพริกสุกยกลงได้
  • รับประทานกับผักสด


อร่อยสุดยอดครับผม



วันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

แกงไตปลา สุดยอดความอร่อย

                               ไม่เค๊ยไม่เคยเลยในชีวิตที่กินข้าวแล้วน้ำหูน้ำตาไหลเหมือนวันนี้ ครับผมวันนี้ผมกินข้าวกับแกงไตปลาของป้าแป๊ด สุดยอดความอร่อย รสชาดเผ็ดร้อนแต่วางช้อนไม่ลงจริงๆ ผมถามป้าแป๊ดหลังจากดื่มน้ำแก้วที่ 2ว่าป้าแป๊ดครับทำไมแกงไตปลาเผ็ดจังเลยครับผม ป้าแป๊ดพูดสั้นๆแต่เข้าใจว่า แกงปักษ์ใต้ต้องเผ็ด แต่อร่อยใช่มั๊ยละ ครับผม อร่อยจนวางช้อนไม่ลง ผมเช็ดเหงื่อไป กินข้าวไป ซู๊ดปากไป ป้าแป๊ดครับขอข้าวอีกจานครับ



                ส่วนผสม
  • ไตปลา รีดให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 1/2 ถ้วย
  • ปลาย่าง แกะแต่เนื้อ โขลกละเอียด 1 ถ้วย
  • ใบมะกรูด 3-4 ใบ
  • น้ำส้มมะขามเปียก 1 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้หั่นฝอย 1ช้อนโต๊ะ
  • หัวหอมปอกเปลือก 1 ช้อนโต๊ะพูน
  • กระเทียมปอกเปลือก 1 ช้อนโต๊ะพูน
  • ข่าหั่นฝอย 1 ช้อนชา
  • พริกแห้งเม็ดใหญ่ กรีดเอาเม็ดและไส้ออก 1 เม็ด
  • พริกขี้หนูแห้งเด็ดขั้ว 15 เม็ด
  • พริกไทย 9 เม็ด
  • ถัวฟักยาว ,มะเขือเปราะ
    วิธีปรุง
  • โขลกตะไคร้ ข่า หอม กระเทียม พริกและพริกไทยให้ละเอียด
  • ใส่ปลาย่าง โขลกให้เข้ากัน ละลายในน้ำเย็น 2 ถ้วย
  • ตั้งไฟพอเดือด
  • ใส่ไตปลาและน้ำส้มมะขามเปียกลงไป
  • ใส่ถั่วฟักยาว ,มะเขือเปราะ
  • ฉีกใบมะกรูด ชิมรสตามชอบ
  • รับประทานกับมะเขือกรอบ แตงกวา ผักชี

    กินข้าวกับแกงไตปลาครั้งนี้รู้สึกรักอาหารปักษ์ใต้ขึ้นมาทันที ไม่เชื่อต้องลองครับผม

แกงคั่วหอยขม

              วันนี้มีลูกค้ามาสั่งแกงร้านป้าแป๊ดไปงานทำบุญบ้าน มีเมนูแกงคั่วหอยขมมาด้วย แต่ป้าแป๊ดแจ้งเจ้าของงานไปว่างานบุญบ้านน่าจะเปลี่ยนเป็นขนมจีนน้ำยาหรือแกงอย่างอื่นดีกว่าจ้า ผมแอบสงสัยแต่ยังไม่กล้าถาม พอเจ้าของงานไปจึงถามป้าแป๊ดไปว่า หยั่งป้าแป๊ดเนี๊ยแกงหอยขมไม่เป็นเหรอครับผม ถึงปฎิเสธเจ้าของงานไป ป้าแป๊ดหันกลับมาทำสายตาเย็นชาใส่ผม แต่ไม่พูดอะไร ผมจึงรู้ตัวว่าคงพูดอะไรผิดไป แหม่มันน่าตบปากตัวเองนัก ป้าแป๊ดครับ ผมขอโทษครับผมมันไม่ดี ผมมันชั่ว ผมมัน ...ป้าแป๊ดหันมายิ้มแล้วก็บอกกับผมว่า ป้าเพิ่งจะไปสะเดาะเคราะห์ปล่อยหอยขมไป 4 โลนะ อ้อยังงี้นี้เอง แต่อาทิตย์ต่อมาไม่นานเกินรอผมก็ได้กินแกงคั่วหอยขมฝีมือป้าแป๊ด รสชาดอร่อยสุดบรรยายจริงๆ ลองดูครับผม






             ส่วนผสม
  • หอยขมทั้งเปลือก 1 กก. ประมาณ 4 ถ้วย



  • มะพร้าวขูด 1/2 กก.คั้นกะทิ 5 ถ้วย
  • น้ำปลาอย่างดี 1/4 ถ้วย
           เครื่องน้ำพริก

  • พริกแห้งเม็ดใหญ่กรีดเม็ดและไส้ออก 7 เม็ด
  • หอมปอกเปลือก 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมปอกเปลือก 2 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้หั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะพูน
  • ข่าหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะพูน
  • ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1/2 ช้อนชา
  • กระชายหั่นฝอย 2 ช้อนชา 
  • กะปิ 1/2 ช้อนชา
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • ปลากรอบแกะแต่เนื้อโขลกละเอียด 1/2 ถ้วย
         วิธีทำ
  • ล้างหอยขม (สด)ในน้ำเย็นให้หมดตะไคร้น้ำแล้วใสชามอ่างแช่น้ำไว้อีก เพื่อให้หอยคายเศษดิน โคลนออก
  • เอาหอยขมขึ้นจากน้ำ ใช้มีดสับก้นหอยออกทีละตัวจนหมด
  • แช่น้ำเย็นไว้อีกรอบเมื่อเห็นว่าสะอาดดีแล้วเอาหอยขมวางบนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ
  • โขลกเครื่องน้ำพริกให้ละเอียด
  • ใส่ปลากรอบลงโขลกรวมในน้ำพริกให้เข้ากัน
  • นำกะทิใส่หม้อตั้งไฟเคี่ยวให้แตกมัน
  • ตักกะทิแตกมันใส่กระทะ 1 ถ้วย
  • ใส่เครื่องน้ำพริกลงผัดให้หอม
  • ตักเครื่องน้ำพริกที่ผัดจนหอมแล้วใส่หม้อกะทิตั้งไฟให้เดือด
  • ใส่หอยขมปิดฝาให้เดือดสักครู่
  • พอน้ำพริกแกงงวดและข้นจับตัวหอยมีน้ำขลุกขลิก ใส่น้ำปลาชิมตามชอบครับ
มีเคล็ดลับครับผม ควรจะใช้หอยขมทั้งเปลือกครับผม หากใช้หอยขมที่ต้มแล้วแกะเปลือกมาแกงรสชาติแกงจะชืดไม่อร่อยครับผม

วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

ห่อหมกปลาช่อน รสชาตินี้ต้องบอกต่อ

          ห่อหมกปลาช่อน ! เหรอครับป้าแป๊ด ไม่เคยครับผมไม่เคยกิน เคยกินห่อหมกปลาครับ แต่ก็ไม่เคยถามแม่ค้าสักทีว่าปลาอะไร เค้าว่าปลาก็ปลาตามกัน วันนี้ป้าแป๊ดจะทำห่อหมกปลาช่อนงั้นผมขอเรียนด้วยครับ รอแป๊บหนึ่งครับ


       ส่วนผสม
  1. ปลาช่อน 1 ตัว ประมาณ 1 กก. ขอดเกล็ดตัดหัวแล่กระดูกกลางออก ส่วนหัวสับเป็นชิ้นพอประมาณ ส่วนเนื้อแฉลบบางๆ


2. กะทิข้นๆ 3 ถ้วย (คั้นจากมะพร้าวขูด 1 กก.)
3. ไข่เป็ด 2 ฟอง
4. น้ำปลา 1/4 ถ้วย
5. ใบมะกรูดหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
6. พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ 
7. ผักกาดขาว ตัดเป็นท่อน นึ่งพอผักยุบ 1/2 ถ้วย
8. กระหล่ำปลี เด็ดเป็นกาบๆ หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นึ่งพอผักยุบ 1/2 ถ้วย
9. ใบโหระพาเด็ดเป็นใบๆ 1/2 ถ้วย
10.ใบยอฉีกก้านกลางออกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 1/2 ถ้วย


ใบยอ

11. ใบตองสำหรับเย็บเป็นกระทง
    เครื่องแกงน้ำพริกห่อหมก




  • พริกแห้งเม็ดใหญ่ กรีดเอาเม็ดและไส้ออกแช่น้ำ 5 เม็ด
  • ตะไคร้หั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะพูน
  • ข่าหั่นฝอย 2 ช้อนชา
  • รากผักชีหั่นละเอียด 1/2 ช้อนชา
  • ผิวมะกรูดหั่นฝอย 1/2 ช้อนชา
  • หอมปอกเปลือก 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมปอกเปลือก 1 ช้อนโต๊ะ
  • กะปิอย่างดี 1/2 ช้อนชา
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • ถั่วลิสงคั่วป่น 2 ช้อนโต๊ะ

         วิธีทำ
  1. เตรียมกระทงจากใบตอง ขนาดเล็กใหญ่ตามใจชอบครับผม
  2. โขลกเครื่องน้ำพริกให้ละเอียด
  3. แบ่งกระทิ 1/2 ถ้วยใส่หม้อนำไปตั้งไฟพอเดือดยกลงเก็บไว้หยอดหน้า
  4. กระทิอีก 2 1/2 ถ้วย.ใส่อ่าง ใส่ปลาช่อนที่เตรียมไว้ลงในอ่างกะทิ ใช้พายคนไปทางเดียวกันประมาณ 20 นาที
  5. นำเครื่องน้ำพริกใส่ในอ่างปลาช่อนคนต่อไปให้เข้ากัน แล้วใส่น้ำปลา ต่อยไข่ตีพอแตก ผสมให้เข้ากัน
  6. นำผักเรียงลงกระทง ตักส่วนผสมใส่บนผัก ราดด้วยหัวกระทิ ใบมะกรูดหั่นฝอย และพริกแดงหั่นฝอย
  7. นึ่งบนน้ำเดือดให้สุก

เครื่องเคียงข้าวแช่ หัวไชโป้ผัดไข่

                    เครื่องเคียงข้าวแช่ อีกรายการที่ขาดไม่ได้และทำได้ไม่ยากนัก คือ หัวไชโป้ผัดไข่  เอแล้วจะใช้หัวไชโป้หวาน หรือหัวไชโป้เค็มดีละ เอาเป็นว่าตามชอบครับผม แต่ส่วนตัวของผมชอบใช้หัวไชโป้แบบหวานมากกว่า






            

            ส่วนผสม
  • หัวไชโป้หวานแบบหั่นฝอย 1/2 ถ้วย
  • ไข่เป็ด 1 ฟอง
  • น้ำมันหมู 2 ช้อนโต๊ะ

           วิธีทำหัวไชโป้ผัดไข่
  • น้ำมันหมูใส่กระทะตั้งไฟพอร้อน
  • ใส่หัวไชโป้ลงผัดสักครู่
  • ต่อยไข่ลง ผัดจนไข่เหลืองสุกดี ตักขึ้นครับ